Cash Flow Forecast คือการคาดการณ์เงินสดที่จะรับเข้าและจ่ายออกในอนาคต เพื่อรู้ล่วงหน้าว่าช่วงไหนเงินจะตึงมือ ทำเองได้ใน Excel หรือ Google Sheets ด้วย 5 ขั้นตอน คือ ตั้งยอดเงินสดตั้งต้น ประมาณการเงินรับ ประมาณการเงินจ่าย คำนวณยอดปลายงวด และทบทวนตัวเลขทุกสัปดาห์
ทำไมกำไรไม่เท่ากับเงินสด?
งบกำไรขาดทุนบันทึกรายได้ตอนขาย แต่เงินสดเข้าบัญชีตอนลูกค้าจ่ายจริง ถ้าให้เครดิตลูกค้า 60 วัน แต่ต้องจ่ายซัพพลายเออร์ใน 30 วัน และจ่ายเงินเดือนทุกสิ้นเดือน ธุรกิจอาจ มีกำไรบนกระดาษแต่ไม่มีเงินจ่ายเงินเดือน
Cash Flow Forecast จึงเป็นเครื่องมือที่บอกว่าเงินจะพอใช้หรือไม่ ไม่ใช่แค่ขายได้กำไรหรือไม่
วิธีทำ Cash Flow Forecast ใน 5 ขั้นตอน
- ตั้งยอดเงินสดตั้งต้นรวมเงินในบัญชีธนาคารทุกบัญชีและเงินสดในมือ ณ วันที่เริ่มทำ
- ประมาณการเงินสดรับใช้วันที่คาดว่าลูกค้าจะจ่ายจริง ไม่ใช่วันที่ออกใบแจ้งหนี้ แยกยอดที่ยืนยันแล้วกับยอดที่ยังไม่แน่นอน
- ประมาณการเงินสดจ่ายใส่ค่าใช้จ่ายคงที่ก่อน เช่น เงินเดือน ค่าเช่า เงินกู้ แล้วตามด้วยค่าใช้จ่ายผันแปรและภาษี
- คำนวณยอดเงินสดปลายงวดยอดปลายงวดของเดือนนี้คือยอดต้นงวดของเดือนถัดไป ต่อเนื่องไปอย่างน้อย 3–6 เดือน
- ทบทวนทุกสัปดาห์เทียบตัวเลขจริงกับที่คาดไว้ ปรับประมาณการ และตัดสินใจล่วงหน้าเมื่อเห็นเดือนที่ติดลบ
ตัวอย่าง Cash Flow Forecast 3 เดือน
ตัวอย่างสมมติ ของธุรกิจบริการขนาดเล็ก (หน่วย: บาท)
| ต.ค. | พ.ย. | ธ.ค. | |
|---|---|---|---|
| เงินสดต้นเดือน | 500,000 | 380,000 | 210,000 |
| + รับชำระจากลูกค้า | 600,000 | 550,000 | 800,000 |
| − เงินเดือนและค่าจ้าง | 400,000 | 400,000 | 400,000 |
| − ค่าเช่าและค่าใช้จ่ายคงที่ | 120,000 | 120,000 | 120,000 |
| − จ่ายซัพพลายเออร์ | 200,000 | 200,000 | 250,000 |
| เงินสดปลายเดือน | 380,000 | 210,000 | 240,000 |
แม้ธันวาคมจะมีรายรับสูง แต่ พฤศจิกายนเงินสดลดลงเหลือ 210,000 บาท ต่ำกว่าค่าใช้จ่ายคงที่หนึ่งเดือน การเห็นล่วงหน้าทำให้มีเวลาเร่งเก็บเงินลูกค้า เลื่อนการจ่ายที่ไม่เร่งด่วน หรือเตรียมวงเงินสำรองไว้ก่อน
สัญญาณเตือนว่าเงินสดเริ่มตึงมือ
- ลูกค้าจ่ายช้ากว่าเครดิตเทอมบ่อยขึ้น
- ต้องเลื่อนจ่ายซัพพลายเออร์หรือขอยืดเครดิตบ่อยขึ้น
- ใช้วงเงินเบิกเกินบัญชี (OD) เต็มหรือเกือบเต็มเป็นประจำ
- ยอดขายโตเร็ว แต่เงินในบัญชีไม่เพิ่มตาม
- สต็อกค้างมากขึ้นโดยที่ยอดขายไม่ได้เพิ่ม
ตัวเลขที่เจ้าของธุรกิจควรดูทุกสัปดาห์
| ตัวเลข | บอกอะไร |
|---|---|
| เงินสดคงเหลือ | มีเงินเท่าไหร่ ณ วันนี้ |
| Cash Runway | ถ้าไม่มีเงินเข้าเลย เงินที่มีจะอยู่ได้กี่เดือน |
| ลูกหนี้ค้างชำระ | ใครค้างจ่าย เกินกำหนดกี่วัน |
| เจ้าหนี้ใกล้ครบกำหนด | ต้องจ่ายใครบ้างใน 2–4 สัปดาห์ข้างหน้า |
| ยอดขายที่ยืนยันแล้ว | รายรับที่ค่อนข้างแน่นอนในเดือนหน้า |
วิธีแก้เมื่อเห็นว่าเงินจะตึง
- เร่งเก็บเงิน ส่งใบแจ้งหนี้ทันทีที่ส่งมอบงาน ติดตามก่อนครบกำหนด และพิจารณาให้ส่วนลดสำหรับการจ่ายเร็ว
- เจรจาเครดิตกับซัพพลายเออร์ ขอยืดเวลาชำระให้สอดคล้องกับรอบเงินเข้า
- ลดสต็อกที่ไม่เคลื่อนไหว เปลี่ยนสินค้าค้างเป็นเงินสด
- เลื่อนค่าใช้จ่ายที่ไม่เร่งด่วน เช่น การลงทุนในอุปกรณ์ใหม่
- เตรียมวงเงินสำรองก่อนจำเป็น การขอสินเชื่อตอนธุรกิจยังดีง่ายกว่าตอนเงินขาดมือ
คำถามที่พบบ่อย
ควรทำ Cash Flow Forecast รายเดือนหรือรายสัปดาห์?+
SME ส่วนใหญ่เริ่มจากรายเดือนล่วงหน้า 3–6 เดือนก็เพียงพอ แต่ถ้าเงินสดตึงหรือธุรกิจมีรายการเงินเข้า-ออกถี่ ควรทำรายสัปดาห์ล่วงหน้าประมาณ 13 สัปดาห์
Cash Flow Forecast ต่างจากงบกระแสเงินสดอย่างไร?+
งบกระแสเงินสดเป็นการสรุปสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วในอดีต ส่วน Cash Flow Forecast คือการคาดการณ์อนาคตเพื่อใช้วางแผนและตัดสินใจล่วงหน้า
ธุรกิจควรมีเงินสำรองกี่เดือน?+
แนวทางที่ใช้กันทั่วไปคือ 3–6 เดือนของค่าใช้จ่ายคงที่ ธุรกิจที่รายได้ผันผวนตามฤดูกาลควรสำรองมากกว่านี้
ต้องใช้โปรแกรมเฉพาะไหม?+
ไม่จำเป็น Excel หรือ Google Sheets ก็เพียงพอสำหรับ SME ส่วนใหญ่ เมื่อธุรกิจโตขึ้นจึงค่อยเชื่อมกับโปรแกรมบัญชีหรือ ERP เพื่อดึงข้อมูลอัตโนมัติ




